ข้ามไปเนื้อหา

กรรมวิธีการทำซาวโดว์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Sourdough bread
Image
ประเภทขนมปัง
ส่วนผสมหลัก

กรรมวิธีการทำซาวโดว์ (อังกฤษ: Sourdough process) เป็นกระบวนการทำขนมปังที่ใช้การหมักตามธรรมชาติ โดยไม่พึ่งพายีสต์เชิงพาณิชย์ แต่ใช้น้ำเปล่าและแป้งในการเพาะเชื้อจุลินทรีย์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วย ยีสต์ และ แบคทีเรียกรดแลกติก ทำให้ขนมปังมีรสเปรี้ยวเฉพาะตัว เปลือกกรอบ และสามารถเก็บได้นานกว่าขนมปังทั่วไป

ขั้นตอนกรรมวิธี

[แก้]

กรรมวิธีของซาวโดว์แบ่งได้เป็นขั้นตอนหลัก ดังนี้:

1. การสร้างหัวเชื้อ (Starter)

[แก้]

หัวเชื้อซาวโดว์ทำจากการผสมแป้งกับน้ำในอัตราส่วนที่เหมาะสม แล้วปล่อยให้เกิดการหมักตามธรรมชาติ โดยมักใช้เวลาหลายวันเพื่อให้จุลินทรีย์เจริญเติบโต จนสามารถนำมาใช้เป็นสารขึ้นฟูได้

2. การเลี้ยงหัวเชื้อ (Feeding)

[แก้]

หัวเชื้อต้องได้รับการ “ให้อาหาร” โดยเติมแป้งและน้ำอย่างสม่ำเสมอทุก 12-24 ชั่วโมง เพื่อรักษาสมดุลของจุลินทรีย์และประสิทธิภาพในการทำให้แป้งขึ้นฟู

3. การผสมแป้ง (Mixing)

[แก้]

หัวเชื้อจะถูกผสมกับแป้งหลัก น้ำ และเกลือ เพื่อเตรียมเป็นแป้งขนมปัง โดยอัตราส่วนขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละผู้ทำ

4. การหมักขั้นแรก (Bulk Fermentation)

[แก้]

แป้งจะถูกพักเพื่อให้จุลินทรีย์เริ่มการย่อยแป้งและปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งช่วยให้แป้งขึ้นฟู โดยทั่วไปใช้เวลาหลายชั่วโมง

5. การพับแป้ง (Stretch and Fold)

[แก้]

ระหว่างการหมัก แป้งจะถูกพับเพื่อเสริมสร้างโครงสร้างกลูเตน ซึ่งมีผลต่อเนื้อสัมผัสของขนมปัง

6. การขึ้นรูป (Shaping) และ การหมักขั้นสุดท้าย (Proofing)

[แก้]

หลังจากขึ้นรูปแล้ว แป้งจะถูกหมักอีกครั้งในภาชนะ เช่น ตะกร้าขึ้นรูป (banneton) ก่อนนำไปอบ

7. การอบ (Baking)

[แก้]

การอบมักทำในเตาอบที่มีไอน้ำ (steam) เพื่อช่วยให้เปลือกขนมปังกรอบ การอบที่อุณหภูมิสูงช่วยให้ขนมปังขึ้นฟูอย่างรวดเร็ว

ลักษณะเด่นของซาวโดว์

[แก้]

- รสชาติเปรี้ยวเฉพาะตัวจากกรดแลกติก - เปลือกกรอบ เนื้อขนมปังเหนียวนุ่ม - ย่อยง่ายกว่าขนมปังทั่วไป - อยู่ได้นานโดยไม่เสียเร็ว

ความนิยม

[แก้]

ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 21 ซาวโดว์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้รักสุขภาพและในช่วงการระบาดทั่วของโควิด-19 ที่ผู้คนเริ่มทำขนมปังเองที่บ้าน

อ้างอิง

[แก้]

    ดูเพิ่ม

    [แก้]